การสวดวิงวอนสรรเสริญ
ให้พร ทำแล้วไม่เกิดผล



สมัยหนึ่ง
พระผู้มีพระภาค
ประทับอยู่ ณ 
ปาวาริกอัมพวันใกล้เมืองนาฬันทา

ครั้งนั้นแล
นายบ้านนามว่าอสิพันธกบุตร
เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ

ถวายบังคมพระผู้มีพระภาค
แล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง
ครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า




ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ !
พวกพราหมณ์ชาวปัจฉาภูมิ
มีคณโฑน้ำติดตัวประดับพวงมาลัยสาหร่าย
อาบน้ำทุกเช้าเย็น บำเรอไฟ


พราหมณ์เหล่านั้นเชื่อว่ายังสัตว์ที่ตายทำกาละแล้ว
ให้เป็นขึ้น ให้รู้ชอบ ชวนให้เข้าสวรรค์


ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ !
ก็พระผู้มีพระภาคผู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
สามารถกระทำให้สัตว์โลกทั้งหมดเมื่อตายไป

พึงเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ได้หรือ ?



ดูกรนายคามณี !
ถ้าอย่างนั้นเราจักย้อนถามท่านในข้อนี้
ปัญหาควรแก่ท่านด้วยประการใด
ท่านพึงพยากรณ์ปัญหาข้อนั้นด้วยประการนั้น


ท่านจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน ?

บุรุษในโลกนี้ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์
ประพฤติผิดในกาม พูดเท็จ
พูดส่อเสียด พูดคำหยาบ พูดเพ้อเจ้อ
มากไปด้วยอภิชฌา มีจิตพยาบาท มีความเห็นผิด


หมู่มหาชนมาประชุมกัน
แล้วพึงสวดวิงวอนสรรเสริญ
ประนมมือเดินเวียนรอบผู้นั้นว่า


ขอบุรุษนี้เมื่อตายไป
จงเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์



ท่านจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน ?

บุรุษนั้นเมื่อตายไป
พึงเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์
เพราะเหตุการสวดวิงวอน
เพราะเหตุการสรรเสริญ
เพราะเหตุการประนมมือเดินเวียนรอบดังนี้หรือ ?


ไม่ใช่อย่างนั้น พระเจ้าข้า !



ดูกรนายคามณี !
เปรียบเหมือนบุรุษ
โยนหินก้อนหนาใหญ่ลงในห้วงน้ำลึก


หมู่มหาชนพึงมาประชุมกัน
แล้วสวดวิงวอนสรรเสริญ
ประนมมือเดินเวียนรอบหินนั้นว่า


ขอจงโผล่ขึ้นเถิด ท่านก้อนหิน
ขอจงลอยขึ้นเถิด ท่านก้อนหิน
ขอจงขึ้นบกเถิด ท่านก้อนหิน


ท่านจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน ?

ก้อนหินนั้นพึงโผล่ขึ้น พึงลอยขึ้น หรือพึงขึ้นบก
เพราะเหตุการสวดวิงวอนสรรเสริญ
ประนมมือเดินเวียนรอบของหมู่มหาชนบ้างหรือ ?


ไม่ใช่อย่างนั้น พระเจ้าข้า !



ดูกรนายคามณี !
ฉันนั้นเหมือนกัน บุรุษคนใดฆ่าสัตว์
ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม พูดเท็จ
พูดส่อเสียด พูดคำหยาบ พูดเพ้อเจ้อ
มากไปด้วยอภิชฌา มีจิตพยาบาท มีความเห็นผิด


หมู่มหาชนพึงมาประชุมกัน
แล้วสวดวิงวอนสรรเสริญ
ประนมมือเดินเวียนรอบบุรุษนั้นว่า


ขอบุรุษนี้เมื่อตายไป
จงเข้าถึงสุคติโลกสวรรค ก็จริง


แต่บุรุษนั้นเมื่อตาย
พึงเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก





ดูกรนายคามณี !
ท่านจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน ?

บุรุษในโลกนี้เว้นจากปาณาติบาต
อทินนาทาน กาเมสุมิจฉาจาร
มุสาวาท ปิสุณาวาจา ผรุสวาจา
สัมผัปปลาปะ ไม่มากไปด้วยอภิชฌา
มีจิตไม่พยาบาท มีความเห็นชอบ


หมู่มหาชนพึงมาประชุมกัน
แล้วสวดวิงวอนสรรเสริญ
ประนมมือเดินเวียนรอบบุรุษนั้นว่า


ขอบุรุษนี้เมื่อตายไป
จงเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก



ท่านจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน ?

บุรุษนั้นเมื่อตายไป
พึงเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก
เพราะเหตุการสวดวิงวอนสรรเสริญ
เพราะเหตุการประนมมือเดินเวียนรอบ
ของหมู่มหาชนบ้างหรือ ?


ไม่ใช่อย่างนั้น พระเจ้าข้า !



ดูกรนายคามณี !
เปรียบเหมือนบุรุษลงยังห้วงน้ำลึก
แล้วพึงทุบหม้อเนยใสหรือหม้อน้ำมัน

ก้อนกรวดหรือก้อนหินที่มีอยู่ในหม้อนั้นพึงจมลง
เนยใสหรือน้ำมันที่มีอยู่ในหม้อนั้นพึงลอยขึ้น


หมู่มหาชนพึงมาประชุมกัน
แล้วสวดวิงวอนสรรเสริญ
ประนมมือเดินเวียนรอบเนยใสหรือน้ำมันนั้นว่า


ขอจงจมลงเถิด ท่านเนยใสและน้ำมัน
ขอจงดำลงเถิด ท่านเนยใสและน้ำมัน
ขอจงลงภายใต้เถิด ท่านเนยใสและน้ำมัน


ท่านจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน ?

เนยใสและน้ำมันนั้นพึงจมลง
พึงดำลง พึงลงภายใต้
เพราะเหตุการสวดวิงวอนสรรเสริญ
หรือเพราะเหตุการประนมมือ
เดินเวียนรอบของหมู่มหาชนบ้างหรือ ?


ไม่ใช่อย่างนั้น พระเจ้าข้า !



ดูกรนายคามณี !
ฉันนั้นเหมือนกัน บุรุษใดเว้นจากปาณาติบาต
อทินนาทาน กาเมสุมิจฉาจาร
มุสาวาท ปิสุณาวาจา ผรุสวาจา
สัมผัปปลาปะ ไม่มากไปด้วยอภิชฌา
มีจิตไม่พยาบาท มีความเห็นชอบ


หมู่มหาชนจะพากันมาประชุม
แล้วสวดวิงวอนสรรเสริญ
ประนมมือเดินเวียนรอบบุรุษนั้นว่า


ขอบุรุษนี้เมื่อตายไป
จงเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ก็จริง


แต่บุรุษนั้นเมื่อตายไป
พึงเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์





เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว

นายบ้านนามว่าอสิพันธกบุตร
ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า



ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ !
พระธรรมเทศนาของพระองค์แจ่มแจ้งนัก

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ !
พระธรรมเทศนาของพระองค์แจ่มแจ้งนัก



พระผู้มีพระภาคทรงประกาศธรรมโดยอเนกปริยาย
ดุจหงายของที่คว่ำ เปิดของที่ปิด
บอกทางให้แก่คนหลงทางหรือส่องไฟในที่มืด
ด้วยหวังว่าคนมีจักษุ จักเห็นรูป


ฉะนั้น ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ !
ข้าพระองค์นี้ขอถึงพระผู้มีพระภาค
กับทั้งพระธรรมและภิกษุสงฆ์ว่าเป็นสรณะ



ขอพระผู้มีพระภาค
โปรดทรงจำข้าพระองค์ ว่าเป็นอุบาสก
ผู้ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะจนตลอดชีวิต

ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป


( บาลี – สฬา. สํ. ๑๘/๓๘๔-๓๘๗/๕๙๘-๖๐๒ )
เทียบเคียงพระไตรปิฎกบาลีสยามรัฐ กดที่นี้


Create by buddha-quote.com