สัญโญชน์และที่ตั้งแห่งสัญโญชน์
( อายตนะ )



ดูกรภิกษุทั้งหลาย !
เราจักแสดง
ธรรมเป็นเหตุแห่งสังโยชน์และสังโยชน์


เธอทั้งหลายจงฟัง



ก็ธรรมที่เป็นเหตุแห่งสังโยชน์
และสังโยชน์เป็นไฉน ?


ธรรมที่เป็นเหตุแห่งสังโยชน์
และสังโยชน์นั้น คือ




จักษุ เป็นธรรม
อันเป็นเหตุแห่งสังโยชน์


ความกำหนัด
ด้วยอำนาจความพอใจในจักษุนั้น
เป็นสังโยชน์ในจักษุนั้น




โสตะ เป็นธรรม
อันเป็นเหตุแห่งสังโยชน์


ความกำหนัด
ด้วยอำนาจความพอใจในโสตะนั้น
เป็นสังโยชน์ในโสตะนั้น




ฆานะ เป็นธรรม
อันเป็นเหตุแห่งสังโยชน์


ความกำหนัด
ด้วยอำนาจความพอใจในฆานะนั้น
เป็นสังโยชน์ในฆานะนั้น




ชิวหา เป็นธรรม
อันเป็นเหตุแห่งสังโยชน์


ความกำหนัด
ด้วยอำนาจความพอใจในชิวหานั้น
เป็นสังโยชน์ในชิวหานั้น




กายะ เป็นธรรม
อันเป็นเหตุแห่งสังโยชน์


ความกำหนัด
ด้วยอำนาจความพอใจในกายะนั้น
เป็นสังโยชน์ในกายะนั้น




มนะ เป็นธรรม
อันเป็นเหตุแห่งสังโยชน์


ความกำหนัด
ด้วยอำนาจความพอใจในมนะนั้น
เป็นสังโยชน์ในมนะนั้น



( บาลี – สฬา. สํ. ๑๘/๑๑๐/๑๕๙ )
เทียบเคียงพระไตรปิฎกบาลีสยามรัฐ กดที่นี้




ดูกรภิกษุทั้งหลาย !
เราจักแสดง
ธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งสังโยชน์และสังโยชน์


เธอทั้งหลายจงฟังธรรมนั้น



ดูกรภิกษุทั้งหลาย !
ก็ธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งสังโยชน์
และสังโยชน์เป็นไฉน ?


ดูกรภิกษุทั้งหลาย !
ธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งสังโยชน์
และสังโยชน์นั้น คือ




รูป ที่จะพึงรู้แจ้งด้วยจักษุ
อันน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ น่ารัก
ชักให้ใคร่ ชวนให้กำหนัดเหล่านี้
เรียกว่าธรรมเป็นที่ตั้งแห่งสังโยชน์


ความกำหนัด
ด้วยอำนาจความพอใจในรูปนั้น
เป็นตัวสังโยชน์ในรูปนั้น




เสียง ที่จะพึงรู้แจ้งด้วยโสตะ
อันน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ น่ารัก
ชักให้ใคร่ ชวนให้กำหนัดเหล่านี้
เรียกว่าธรรมเป็นที่ตั้งแห่งสังโยชน์


ความกำหนัด
ด้วยอำนาจความพอใจในเสียงนั้น
เป็นตัวสังโยชน์ในเสียงนั้น




กลิ่น ที่จะพึงรู้แจ้งด้วยฆานะ
อันน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ น่ารัก
ชักให้ใคร่ ชวนให้กำหนัดเหล่านี้
เรียกว่าธรรมเป็นที่ตั้งแห่งสังโยชน์


ความกำหนัด
ด้วยอำนาจความพอใจในกลิ่นนั้น
เป็นตัวสังโยชน์ในกลิ่นนั้น




รส ที่จะพึงรู้แจ้งด้วยชิวหา
อันน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ น่ารัก
ชักให้ใคร่ ชวนให้กำหนัดเหล่านี้
เรียกว่าธรรมเป็นที่ตั้งแห่งสังโยชน์


ความกำหนัด
ด้วยอำนาจความพอใจในรสนั้น
เป็นตัวสังโยชน์ในรสนั้น




โผฏฐัพพะ ที่จะพึงรู้แจ้งด้วยกายะ
อันน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ น่ารัก
ชักให้ใคร่ ชวนให้กำหนัดเหล่านี้
เรียกว่าธรรมเป็นที่ตั้งแห่งสังโยชน์


ความกำหนัด
ด้วยอำนาจความพอใจในโผฏฐัพพะนั้น
เป็นตัวสังโยชน์ในโผฏฐัพพะนั้น



ธรรมารมณ์ ที่จะพึงรู้แจ้งด้วยมนะ
อันน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ น่ารัก
ชักให้ใคร่ ชวนให้กำหนัดเหล่านี้
เรียกว่าธรรมเป็นที่ตั้งแห่งสังโยชน์


ความกำหนัด
ด้วยอำนาจความพอใจในธรรมารมณ์นั้น
เป็นตัวสังโยชน์ในธรรมารมณ์นั้น



( บาลี – สฬา. สํ. ๑๘/๑๓๕-๑๓๖/๑๘๙ )
เทียบเคียงพระไตรปิฎกบาลีสยามรัฐ กดที่นี้


Create by buddha-quote.com