อาทีนวะของรูป



ภิกษุทั้งหลาย !
อาทีนวะของรูป เป็นอย่างไรเล่า ?


ภิกษุทั้งหลาย !
บุคคลจะได้เห็นน้องหญิงในกรณีนี้นั่นแหละ
โดยกาลต่อมา มีอายุได้ ๘๐ ปีก็ตาม
๙๐ ปีก็ตาม ๑๐๐ ปีก็ตาม ชราทรุดโทรมแล้ว

มีหลังงอดุจไม้โคปาณสิแห่งหลังคา
มีกายคดไปคดมา มีไม้เท้ายันไปในเบื้องหน้า
เดินตัวสั่นเทิ้ม กระสับกระส่าย

ผ่านวัยอันแข็งแกร่งไปแล้ว มีฟันหักแล้ว
มีผมหงอกแล้ว มีผมตัดสั้นอย่างลวก ๆ
มีผิวหนังหย่อนยาน และมีตัวเต็มไปด้วยจุด



ภิกษุทั้งหลาย !
พวกเธอเข้าใจความข้อนั้นว่าอย่างไร ?


สีสรรแห่งวรรณะอันงดงามที่มีแต่เดิมใด ๆ
สีสรรแห่งวรรณะอันงดงามนั้น
ย่อมอันตรธานหายไป

โทษย่อมบังเกิดปรากฏ มิใช่หรือ


ข้อนั้นเป็นเช่นนั้น พระเจ้าข้า !


ภิกษุทั้งหลาย !
นี้แล เป็นอาทีนวะของรูป




ภิกษุทั้งหลาย !
โทษอย่างอื่นยังมีอีก


บุคคลจะได้เห็นน้องหญิงนั้นแหละ
อาพาธลงได้รับทุกข์ทรมาน เป็นไข้หนัก

นอนกลิ้งเกลือกอยู่ในมูตรและคูถของตนเอง
อันบุคคลต้องช่วยพะยุพยุง ให้ลุกและให้นอน



 ภิกษุทั้งหลาย !
พวกเธอเข้าใจความข้อนั้นว่าอย่างไร ?


สีสรรแห่งวรรณะอันงดงามที่มีแต่เดิมใด ๆ
สีสรรแห่งวรรณะอันงดงามนั้น
ย่อมอันตรธานหายไป

โทษย่อมบังเกิดปรากฏ มิใช่หรือ


ข้อนั้นเป็นเช่นนั้น พระเจ้าข้า !


ภิกษุทั้งหลาย !
นี้แล เป็นอาทีนวะของรูป




ภิกษุทั้งหลาย !
โทษอย่างอื่นยังมีอีก


บุคคลจะได้เห็นน้องหญิงนั้นแหละ
อันเขาทิ้งแล้วในป่าช้าเป็นที่ทิ้งศพ

ตายแล้ววันหนึ่งก็ตาม
ตายแล้วสองวันก็ตาม
ตายแล้วสามวันก็ตาม
หรือกำลังขึ้นพอง มีสีเขียว มีหนองไหล



 ภิกษุทั้งหลาย !
พวกเธอเข้าใจความข้อนั้นว่าอย่างไร ?


สีสรรแห่งวรรณะอันงดงามที่มีแต่เดิมใด ๆ
สีสรรแห่งวรรณะอันงดงามนั้น
ย่อมอันตรธานหายไป

โทษย่อมบังเกิดปรากฏ มิใช่หรือ


ข้อนั้นเป็นเช่นนั้น พระเจ้าข้า !


ภิกษุทั้งหลาย !
นี้แล เป็นอาทีนวะของรูป




ภิกษุทั้งหลาย !
โทษอย่างอื่นยังมีอีก


บุคคลจะได้เห็นน้องหญิงนั้นแหละ
อันเขาทิ้งแล้วในป่าช้าเป็นที่ทิ้งศพ

อันฝูงกาจิกกินอยู่ก็ตาม
อันฝูงแร้งจิกกินอยู่ก็ตาม
อันฝูงนกตะกรุมจิกกินอยู่ก็ตาม
อันฝูงสุนัขกัดกินอยู่ก็ตาม
อันฝูงสุนัขจิ้งจอกกัดกินอยู่ก็ตาม
และอันหมู่หนอนต่างชนิดบ่อนกินอยู่ก็ตาม



 ภิกษุทั้งหลาย !
พวกเธอเข้าใจความข้อนั้นว่าอย่างไร ?


สีสรรแห่งวรรณะอันงดงามที่มีแต่เดิมใด ๆ
สีสรรแห่งวรรณะอันงดงามนั้น
ย่อมอันตรธานหายไป

โทษย่อมบังเกิดปรากฏ มิใช่หรือ


ข้อนั้นเป็นเช่นนั้น พระเจ้าข้า !


ภิกษุทั้งหลาย !
นี้แล เป็นอาทีนวะของรูป




ภิกษุทั้งหลาย !
โทษอย่างอื่นยังมีอีก


บุคคลจะได้เห็นน้องหญิงนั้นแหละ
อันเขาทิ้งแล้วในป่าช้าเป็นที่ศพ

เป็นร่างกระดูกยังมีเนื้อและเลือด
และยังมีเอ็นเป็นเครื่องรึงรัดอยู่ก็ตาม

เป็นร่างกระดูกที่ปราศจากเนื้อ
แต่ยังมีเลือดเปื้อนอยู่
และยังมีเอ็นเป็นเครื่องรึงรัดไว้ก็ตาม

เป็นร่างกระดูกที่ปราศจากเนื้อและเลือด
แต่ยังมีเอ็นเป็นเครื่องรึงรัดไว้ก็ตาม

เป็นท่อนกระดูกที่ปราศจากเอ็นเป็นเครื่องรึงรัด
กระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง

กระดูกมือไปทางหนึ่ง กระดูกเท้าไปทางหนึ่ง
กระดูกแข้งไปทางหนึ่ง กระดูกขาไปทางหนึ่ง

กระดูกสะเอวไปทางหนึ่ง
กระดูกข้อสันหลังไปทางหนึ่ง

กระดูกสีข้างไปทางหนึ่ง
กระดูกหน้าอกไปทางหนึ่ง

กระดูกแขนไปทางหนึ่ง กระดูกไหล่ไปทางหนึ่ง
กระดูกคอไปทางหนึ่ง กระดูกคางไปทางหนึ่ง
ฟันไปทางหนึ่ง กระโหลกศีรษะไปทางหนึ่ง



 ภิกษุทั้งหลาย !
พวกเธอเข้าใจความข้อนั้นว่าอย่างไร ?


สีสรรแห่งวรรณะอันงดงามที่มีแต่เดิมใด ๆ
สีสรรแห่งวรรณะอันงดงามนั้น
ย่อมอันตรธานหายไป

โทษย่อมบังเกิดปรากฏ มิใช่หรือ


ข้อนั้นเป็นเช่นนั้น พระเจ้าข้า !


ภิกษุทั้งหลาย !
นี้แล เป็นอาทีนวะของรูป




ภิกษุทั้งหลาย !
โทษอย่างอื่นยังมีอีก


บุคคลจะได้เห็นน้องหญิงนั้นแหละ
อันเขาทิ้งแล้วในป่าช้าเป็นที่ทิ้งศพ

เป็นชิ้นกระดูกมีสีขาวดั่งสีสังข์ก็ตาม

เป็นชิ้นกระดูกกองเรี่ยราย
อยู่นานเกินกว่าปีหนึ่งไปแล้วก็ตาม

เป็นกระดูกเปื่อยผงละเอียดไปแล้วก็ตาม



   ภิกษุทั้งหลาย !
พวกเธอเข้าใจความข้อนั้นว่าอย่างไร ?


สีสรรแห่งวรรณะอันงดงามที่มีแต่เดิมใด ๆ
สีสรรแห่งวรรณะอันงดงามนั้น
ย่อมอันตรธานหายไป

โทษย่อมบังเกิดปรากฏ มิใช่หรือ


ข้อนั้นเป็นเช่นนั้น พระเจ้าข้า !


ภิกษุทั้งหลาย !
นี้แล เป็นอาทีนวะของรูป


( บาลี – มู. ม. ๑๒/๑๗๓-๑๗๕/๒๐๒ )
เทียบเคียงพระไตรปิฎกบาลีสยามรัฐ กดที่นี้


Create by buddha-quote.com