อานิสงส์แห่งอานาปานสติ เจ็ดประการ



ภิกษุทั้งหลาย !
อานาปานสติ
อันบุคคลเจริญ กระทำให้มากแล้ว
ย่อมมีผลใหญ่ มีอานิสงส์ใหญ่


ก็อานาปานสติ
อันบุคคลเจริญแล้วอย่างไร
กระทำให้มากแล้วอย่างไร
จึงมีผลใหญ่ มีอานิสงส์ใหญ่ ?



ภิกษุทั้งหลาย !
ในกรณีนี้ ภิกษุไปแล้วสู่ป่า
หรือโคนไม้ หรือเรือนว่างก็ตาม
นั่งคู้ขาเข้ามาโดยรอบ
ตั้งกายตรง ดำรงสติเฉพาะหน้า

เธอนั้นมีสติหายใจเข้า
มีสติหายใจออก


เมื่อหายใจเข้ายาว
ก็รู้ชัดว่าเราหายใจเข้ายาว


เมื่อหายใจออกยาว
ก็รู้ชัดว่าเราหายใจออกยาว


เมื่อหายใจเข้าสั้น
ก็รู้ชัดว่าเราหายใจเข้าสั้น


เมื่อหายใจออกสั้น
ก็รู้ชัดว่าเราหายใจออกสั้น




เธอย่อมทำการฝึกหัดศึกษา
ว่าเราเป็นผู้รู้พร้อมเฉพาะซึ่งกายทั้งปวง
หายใจเข้า

ว่าเราเป็นผู้รู้พร้อมเฉพาะซึ่งกายทั้งปวง
หายใจออก



เธอย่อมทำการฝึกหัดศึกษา
ว่าเราเป็นผู้ทำกายสังขารให้รำงับ
หายใจเข้า

ว่าเราเป็นผู้ทำกายสังขารให้รำงับ
หายใจออก



เธอย่อมทำการฝึกหัดศึกษา
ว่าเราเป็นผู้รู้พร้อมเฉพาะซึ่งปีติ
หายใจเข้า

ว่าเราเป็นผู้รู้พร้อมเฉพาะซึ่งปีติ
หายใจออก



เธอย่อมทำการฝึกหัดศึกษา
ว่าเราเป็นผู้รู้พร้อมเฉพาะซึ่งสุข
หายใจเข้า

ว่าเราเป็นผู้รู้พร้อมเฉพาะซึ่งสุข
หายใจออก



เธอย่อมทำการฝึกหัดศึกษา
ว่าเราเป็นผู้รู้พร้อมเฉพาะซึ่งจิตตสังขาร
หายใจเข้า

ว่าเราเป็นผู้รู้พร้อมเฉพาะซึ่งจิตตสังขาร
หายใจออก



เธอย่อมทำการฝึกหัดศึกษา
ว่าเราเป็นผู้ทำจิตตสังขารให้รำงับ
หายใจเข้า

ว่าเราเป็นผู้ทำจิตตสังขารให้รำงับ
หายใจออก



เธอย่อมทำการฝึกหัดศึกษา
ว่าเราเป็นผู้รู้พร้อมเฉพาะซึ่งจิต
หายใจเข้า

ว่าเราเป็นผู้รู้พร้อมเฉพาะซึ่งจิต
หายใจออก



เธอย่อมทำการฝึกหัดศึกษา
ว่าเราเป็นผู้ทำจิตให้ปราโมทย์ยิ่ง
หายใจเข้า

ว่าเราเป็นผู้ทำจิตให้ปราโมทย์ยิ่ง
หายใจออก



เธอย่อมทำการฝึกหัดศึกษา
ว่าเราเป็นผู้ทำจิตให้ตั้งมั่น
หายใจเข้า

ว่าเราเป็นผู้ทำจิตให้ตั้งมั่น
หายใจออก



เธอย่อมทำการฝึกหัดศึกษา
ว่าเราเป็นผู้ทำจิตให้ปล่อยอยู่
หายใจเข้า

ว่าเราเป็นผู้ทำจิตให้ปล่อยอยู่
หายใจออก



เธอย่อมทำการฝึกหัดศึกษา
ว่าเราเป็นผู้เห็นซึ่งความไม่เที่ยงอยู่เป็นประจำ
หายใจเข้า

ว่าเราเป็นผู้เห็นซึ่งความไม่เที่ยงอยู่เป็นประจำ
หายใจออก



เธอย่อมทำการฝึกหัดศึกษา
ว่าเราเป็นผู้เห็นซึ่งความจางคลายอยู่เป็นประจำ
หายใจเข้า

ว่าเราเป็นผู้เห็นซึ่งความจางคลายอยู่เป็นประจำ
หายใจออก



เธอย่อมทำการฝึกหัดศึกษา
ว่าเราเป็นผู้เห็นซึ่งความดับไม่เหลืออยู่เป็นประจำ
หายใจเข้า

ว่าเราเป็นผู้เห็นซึ่งความดับไม่เหลืออยู่เป็นประจำ
หายใจออก



เธอย่อมทำการฝึกหัดศึกษา
ว่าเราเป็นผู้เห็นซึ่งความสลัดคืนอยู่เป็นประจำ
หายใจเข้า

ว่าเราเป็นผู้เห็นซึ่งความสลัดคืนอยู่เป็นประจำ
หายใจออก



ภิกษุทั้งหลาย !
อานาปานสติ อันบุคคลเจริญแล้ว
กระทำให้มากแล้ว อย่างนี้แล
ย่อมมีผลใหญ่ มีอานิสงส์ใหญ่




ภิกษุทั้งหลาย !
เมื่ออานาปานสติ อันบุคคลเจริญแล้ว
กระทำให้มากแล้ว อยู่อย่างนี้
ผลอานิสงส์เจ็ดประการ ย่อมเป็นสิ่งที่หวังได้


ผลอานิสงส์เจ็ดประการ
เป็นอย่างไรเล่า ?



ผลอานิสงส์เจ็ดประการ คือ


( ๑ )
การบรรลุอรหัตตผลทันที ในปัจจุบันนี้


( ๒ )
ถ้าไม่เช่นนั้น
ย่อมบรรลุอรหัตตผล ในกาลแห่งมรณะ



( ๓ )
ถ้าไม่เช่นนั้น
เพราะสิ้นโอรัมภาคิยสัญโญชน์ห้า
ย่อมเป็น
อันตราปรินิพพายี


( ๔ )
ถ้าไม่เช่นนั้น
เพราะสิ้นโอรัมภาคิยสัญโญชน์ห้า
ย่อมเป็น
อุปหัจจปรินิพพายี


( ๕ )
ถ้าไม่เช่นนั้น
เพราะสิ้นโอรัมภาคิยสัญโญชน์ห้า
ย่อมเป็น
อสังขารปรินิพพายี


( ๖ )
ถ้าไม่เช่นนั้น
เพราะสิ้นโอรัมภาคิยสัญโญชน์ห้า
ย่อมเป็น
สสังขารปรินิพพายี


( ๗ )
ถ้าไม่เช่นนั้น
เพราะสิ้นโอรัมภาคิยสัญโญชน์ห้า
ย่อมเป็น
อุทธังโสโตอกนิฏฐคามี



ภิกษุทั้งหลาย !
อานาปานสติ อันบุคคลเจริญแล้ว
กระทำให้มากแล้ว อย่างนี้แล
ผลอานิสงส์เจ็ดประการเหล่านี้


ย่อมหวังได้ ดังนี้


( บาลี – มหาวาร. สํ. ๑๙/๓๙๖-๓๙๘/๑๓๑๑-๑๓๑๖ )
เทียบเคียงพระไตรปิฎกบาลีสยามรัฐ กดที่นี้


Create by buddha-quote.com