เพราะแตกสลาย จึงได้ชื่อว่าโลก


ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ! ที่กล่าวกันว่า โลก โลก ดังนี้ อันว่าโลกมีได้ด้วยเหตุเพียงเท่าไร พระเจ้าข้า !


ภิกษุ !

เพราะจะต้องแตกสลาย

เราจึงกล่าวว่าโลก

ก็อะไรเล่าจะต้องแตกสลาย ?


ภิกษุ ! จักษุแตกสลาย รูปแตกสลาย จักษุวิญญาณแตกสลาย จกั ษสุ มั ผสั แตกสลาย แมส้ ขุ เวทนากด็ ี ทกุ ขเวทนา ก็ดี หรืออทุกขมสุขเวทนา ที่เกิดขึ้นเพราะจักษุสัมผัสเป็นปัจจัย ก็แตกสลาย. ภิกษุ โสตะแตกสลาย เสียงแตกสลาย โสตวิญญาณ แตกสลาย โสตสัมผัสแตกสลาย แม้สุขเวทนาก็ดี ทุกขเวทนา ก็ดี หรืออทุกขมสุขเวทนา ที่เกิดขึ้นเพราะโสตสัมผัสเป็นปัจจัย ก็แตกสลาย. ภิกษุ ฆานะแตกสลาย กลิ่นแตกสลาย ฆานวิญญาณ แตกสลาย ฆานสัมผัสแตกสลาย แม้สุขเวทนาก็ดี ทุกขเวทนา ก็ดี หรืออทุกขมสุขเวทนา ที่เกิดขึ้นเพราะฆานสัมผัสเป็นปัจจัย ก็แตกสลาย. ภิกษุ ชิวหาแตกสลาย รสแตกสลาย ชิวหาวิญญาณ แตกสลาย ชิวหาสัมผัสแตกสลาย แม้สุขเวทนาก็ดีทุกขเวทนา ก็ดี หรืออทุกขมสุขเวทนา ที่เกิดขึ้นเพราะชิวหาสัมผัสเป็นปัจจัย ก็แตกสลาย. ภิกษุ กายแตกสลาย โผฏฐัพพะแตกสลาย กายวิญญาณแตกสลาย กายสัมผัสแตกสลาย แม้สุขเวทนา ก็ดี ทุกขเวทนาก็ดี หรืออทุกขมสุขเวทนา ที่เกิดขึ้นเพราะ กายสัมผัสเป็นปัจจัยก็แตกสลาย. ภิกษุ ใจแตกสลาย ธรรมแตกสลาย มโนวิญญาณ แตกสลาย มโนสัมผัสแตกสลาย แม้สุขเวทนาก็ดี ทุกขเวทนา ก็ดี หรืออทุกขมสุขเวทนา ที่เกิดขึ้นเพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัย ก็แตกสลาย. ภิกษุ เพราะจะต้องแตกสลาย เราจึงกล่าวว่าโลก ดังนี้.

( บาลี – สฬา. สํ. ๑๘/๖๔-๖๕/๙๘ ) เทียบเคียงพระไตรปิฎกบาลีสยามรัฐ กดที่นี้


Create by buddha-quote.com