มาร



ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ !

ที่เรียกว่า มาร มาร ดังนี้
ด้วยเหตุมีประมาณเท่าไรหนอ จึงเรียกว่ามาร



ดูกรราธะ !
เมื่อรูปมีอยู่ มารจึงมี
ผู้ทำให้ตายจึงมี ผู้ตายจึงมี



เพราะฉะนั้นแหละราธะ
เธอจงพิจารณาเห็นรูปว่าเป็นมาร
เป็นผู้ทำให้ตาย เป็นผู้ตาย
เป็นโรค เป็นหัวฝี เป็นลูกศร
เป็นความทุกข์ เป็นตัวทุกข์


บุคคลเหล่าใด
พิจารณาเห็นรูปนั้นอย่างนี้
บุคคลเหล่านั้นชื่อว่าย่อมเห็นชอบ




ดูกรราธะ !
เมื่อเวทนามีอยู่ มารจึงมี
ผู้ทำให้ตายจึงมี ผู้ตายจึงมี



เพราะฉะนั้นแหละราธะ
เธอจงพิจารณาเห็นเวทนาว่าเป็นมาร
เป็นผู้ทำให้ตาย เป็นผู้ตาย
เป็นโรค เป็นหัวฝี เป็นลูกศร
เป็นความทุกข์ เป็นตัวทุกข์


บุคคลเหล่าใด
พิจารณาเห็นเวทนานั้นอย่างนี้
บุคคลเหล่านั้นชื่อว่าย่อมเห็นชอบ




ดูกรราธะ !
เมื่อสัญญามีอยู่ มารจึงมี
ผู้ทำให้ตายจึงมี ผู้ตายจึงมี



เพราะฉะนั้นแหละราธะ
เธอจงพิจารณาเห็นสัญญาว่าเป็นมาร
เป็นผู้ทำให้ตาย เป็นผู้ตาย
เป็นโรค เป็นหัวฝี เป็นลูกศร
เป็นความทุกข์ เป็นตัวทุกข์


บุคคลเหล่าใด
พิจารณาเห็นสัญญานั้นอย่างนี้
บุคคลเหล่านั้นชื่อว่าย่อมเห็นชอบ




ดูกรราธะ !
เมื่อสังขารมีอยู่ มารจึงมี
ผู้ทำให้ตายจึงมี ผู้ตายจึงมี



เพราะฉะนั้นแหละราธะ
เธอจงพิจารณาเห็นสังขารว่าเป็นมาร
เป็นผู้ทำให้ตาย เป็นผู้ตาย
เป็นโรค เป็นหัวฝี เป็นลูกศร
เป็นความทุกข์ เป็นตัวทุกข์


บุคคลเหล่าใด
พิจารณาเห็นสังขารนั้นอย่างนี้
บุคคลเหล่านั้นชื่อว่าย่อมเห็นชอบ




ดูกรราธะ !
เมื่อวิญญาณมีอยู่ มารจึงมี
ผู้ทำให้ตายจึงมี ผู้ตายจึงมี



เพราะฉะนั้นแหละราธะ
เธอจงพิจารณาเห็นวิญญาณว่าเป็นมาร
เป็นผู้ทำให้ตาย เป็นผู้ตาย
เป็นโรค เป็นหัวฝี เป็นลูกศร
เป็นความทุกข์ เป็นตัวทุกข์


บุคคลเหล่าใด
พิจารณาเห็นวิญญาณนั้นอย่างนี้
บุคคลเหล่านั้นชื่อว่าย่อมเห็นชอบ




ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ !

ก็ความเห็นชอบ มีประโยชน์อย่างไร ?


ดูกรราธะ !
ความเห็นชอบ มีประโยชน์ให้เบื่อหน่าย




ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ !
ความเบื่อหน่าย มีประโยชน์อย่างไร ?


ดูกรราธะ !
ความเบื่อหน่าย มีประโยชน์ให้คลายกำหนัด




ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ !
ก็ความคลายกำหนัดเล่า มีประโยชน์อย่างไร ?


ดูกรราธะ !
ความคลายกำหนัด มีประโยชน์ให้หลุดพ้น




ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ !
ความหลุดพ้นเล่า มีประโยชน์อย่างไร ?


ดูกรราธะ !
ความหลุดพ้น มีประโยชน์เพื่อนิพพาน




ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ !
นิพพานเล่า มีประโยชน์อย่างไร ?


ดูกรราธะ !
เธอถามเลยปัญหาไปเสียแล้ว
เธอไม่อาจเพื่อถือเอาที่สุดของปัญหาได้


ดูกรราธะ !
อันพรหมจรรย์เป็นคุณชาติ หยั่งลงสู่นิพพาน
มีนิพพานเป็นที่สุด อันกุลบุตรย่อมอยู่ประพฤติแล



( บาลี – ขนฺธ. สํ. ๑๗/๒๓๑-๒๓๒/๓๖๖ )
เทียบเคียงพระไตรปิฎกบาลีสยามรัฐ กดที่นี้


Create by buddha-quote.com