ยาพิษในโลก และผู้ตกเหว



ภิกษุทั้งหลาย !
เปรียบเหมือนถ้วยดื่มสำริด
มีเครื่องดื่มใส่อยู่แล้วชนิดหนึ่ง สมบูรณ์ด้วยสี
กลิ่น และรส แต่ว่ามียาพิษปนติดอยู่


ครั้งนั้น มีบุรุษผู้หนึ่งซึ่งกำลังร้อนจัด
มีความร้อนระอุไปทั้งตัว เหน็ดเหนื่อย
คอแห้งกระหายน้ำมาถึงเข้า

คนทั้งหลายบอกแก่บุรุษนั้นว่า



นี่แน่ะท่านผู้เจริญ !
ถ้วยดื่มสำริดใบนี้มีเครื่องดื่ม สมบูรณ์ด้วยสี
กลิ่น และรสสำหรับท่าน 
แต่ว่ามียาพิษปนติดอยู่


ถ้าหากท่านต้องการดื่ม ก็ดื่มได้
เมื่อท่านกำลังดื่ม จักติดใจมันด้วยสีของมันบ้าง
ด้วยกลิ่นของมันบ้าง ด้วยรสของมันบ้าง
แต่ว่าครั้นดื่มเข้าไปแล้ว ท่านจักถึงความตาย
หรือรับทุกข์เจียนตายเพราะเหตุนั้น ดังนี้


บุรุษนั้นไม่ทันจะพิจารณาถ้วยดื่มสำริดอันนั้น
รีบดื่มเอา ๆ ไม่ยอมวาง บุรุษนั้นก็ถึงความตาย
หรือรับทุกข์เจียนตายเพราะเหตุนั้น ฉันใด



ภิกษุทั้งหลาย !
สมณะหรือพราหมณ์พวกใด
ในกาลอดีตก็ตาม
ในกาลอนาคตก็ตาม
ในกาลบัดนี้ก็ตาม
ก็ฉันนั้นเหมือนกัน


ย่อมเห็นสิ่งอันเป็นที่รักที่สนิทใจในโลก
โดยความเป็นของเที่ยง
โดยความเป็นสุข
โดยความเป็นตัวตน
โดยความเป็นของไม่เสียบแทง
โดยความเป็นของเกษม


สมณะหรือพราหมณ์พวกนั้น
ย่อมทำตัณหาให้เจริญ


เมื่อทำตัณหาให้เจริญอยู่
ก็ทำอุปธิให้เจริญ


เมื่อทำอุปธิให้เจริญอยู่
ก็ทำทุกข์ให้เจริญ


เมื่อทำทุกข์ให้เจริญอยู่
สมณะหรือพราหมณ์พวกนั้นย่อมไม่หลุดพ้น
จากความเกิด ความแก่ ความตาย
ความโศก ความร่ำไรรำพัน
ความทุกข์กาย ความทุกข์ใจ ความคับแค้นใจ



เราตถาคตย่อมกล่าวว่า
พวกเหล่านั้น ย่อมไม่หลุดพ้นจากทุกข์ ดังนี้



( บาลี – นิทาน. สํ. ๑๖/๑๓๓-๑๓๔/๒๖๐ )
เทียบเคียงพระไตรปิฎกบาลีสยามรัฐ กดที่นี้




ภิกษุทั้งหลาย !
สมณะหรือพราหมณ์พวกใดก็ตาม
ยังไม่รู้ตามที่เป็นจริงว่า


ทุกข์
เป็นเช่นนี้ ๆ


เหตุให้เกิดทุกข์
เป็นเช่นนี้ ๆ


ความดับสนิทแห่งทุกข์
เป็นเช่นนี้ ๆ


ทางดำเนินให้ถึงความดับไม่เหลือแห่งทุกข์
เป็นเช่นนี้ ๆ


สมณะหรือพราหมณ์พวกนั้น
ย่อมยินดีอย่างยิ่งในเหตุปัจจัย
เครื่องปรุงแต่งชนิดที่เป็นไปเพื่อ
ความเกิด ความแก่ ความตาย
ความโศก ความร่ำไรรำพัน
ความทุกข์กาย ความทุกข์ใจ ความคับแค้นใจ



เขาผู้ยินดีในเหตุปัจจัยเครื่องปรุงแต่งชนิดนั้น ๆ
แล้วย่อมก่อสร้างเหตุปัจจัยเครื่องปรุงแต่ง
ชนิดที่เป็นไปเพื่อความเกิดเป็นต้นนั้น ๆ


ครั้นเขาก่อสร้างเหตุปัจจัยนั้น ๆ แล้ว
เขาก็ตกลงไปในเหวแห่งความเกิดบ้าง
ในเหวแห่งความแก่บ้าง
ในเหวแห่งความตายบ้าง
ในเหวแห่งความโศกบ้าง
ในเหวแห่งความร่ำไรรำพันบ้าง
ในเหวแห่งความทุกข์กายบ้าง
ในเหวแห่งความทุกข์ใจบ้าง
ในเหวแห่งความคับแค้นใจบ้าง อยู่นั้นเอง


สมณะหรือพราหมณ์พวกนั้นย่อมไม่หลุดพ้นจาก
ความเกิด ความแก่ ความตาย
ความโศก ความร่ำไรรำพัน
ความทุกข์กาย ความทุกข์ใจ ความคับแค้นใจ


เราตถาคตย่อมกล่าวว่า
พวกเหล่านั้น ย่อมไม่หลุดพ้นจากทุกข์ ดังนี้


( บาลี – มหาวาร. สํ. ๑๙/๕๖๐-๕๖๑/๑๗๒๙ )
เทียบเคียงพระไตรปิฎกบาลีสยามรัฐ กดที่นี้


Create by buddha-quote.com