วิญญาณ



ภิกษุทั้งหลาย !
ก็ วิญญาณ เป็นอย่างไรเล่า ?


ภิกษุทั้งหลาย !
หมู่แห่งวิญญาณทั้งหลายหกหมู่เหล่านี้ คือ


จักขุวิญญาณ โสตวิญญาณ
ฆานวิญญาณ ชิวหาวิญญาณ
กายวิญญาณ และมโนวิญญาณ



ภิกษุทั้งหลาย !
นี้เรียกว่า วิญญาณ




ความก่อขึ้นพร้อมแห่งวิญญาณ ย่อมมี
เพราะความก่อขึ้นพร้อมแห่งสังขาร


ความดับไม่เหลือแห่งวิญญาณ ย่อมมี
เพราะความดับไม่เหลือแห่งสังขาร



มรรคอันประกอบด้วย
องค์แปดอันประเสริฐนั่นเอง

เป็นปฏิปทาให้ถึงซึ่ง
ความดับไม่เหลือแห่งวิญญาณ


ได้แก่สิ่งเหล่านี้ คือ

( สัมมาทิฏฐิ )
ความเห็นชอบ

( สัมมาสังกัปปะ )
ความดำริชอบ

( สัมมาวาจา )
วาจาชอบ

( สัมมากัมมันตะ )
การงานชอบ

( สัมมาอาชีวะ )
อาชีวะชอบ

( สัมมาวายามะ )
ความเพียรชอบ

( สัมมาสติ )
ความระลึกชอบ

( สัมมาสมาธิ )
ความตั้งใจมั่นชอบ


( บาลี – นิทาน. สํ. ๑๖/๕๐-๕๑/๘๙ )
เทียบเคียงพระไตรปิฎกบาลีสยามรัฐ กดที่นี้



วิญญาณ



ภิกษุทั้งหลาย !
คนทั่วไปกล่าวกันว่า วิญญาณ
เพราะอาศัยความหมายอะไรเล่า ?


ภิกษุทั้งหลาย !
เพราะกิริยาที่รู้แจ้งได้มีอยู่ในสิ่งนั้น
ดังนั้น สิ่งนั้นจึงถูกเรียกว่า วิญญาณ



สิ่งนั้นย่อมรู้แจ้งซึ่งอะไร ?


สิ่งนั้นย่อมรู้แจ้งซึ่งความเปรี้ยวบ้าง
ย่อมรู้แจ้งซึ่งความขมบ้าง


ย่อมรู้แจ้งซึ่งความเผ็ดร้อนบ้าง
ย่อมรู้แจ้งซึ่งความหวานบ้าง


ย่อมรู้แจ้งซึ่งความขื่นบ้าง
ย่อมรู้แจ้งซึ่งความไม่ขื่นบ้าง


ย่อมรู้แจ้งซึ่งความเค็มบ้าง
ย่อมรู้แจ้งซึ่งความไม่เค็มบ้าง ดังนี้เป็นต้น



ภิกษุทั้งหลาย !
เพราะกิริยาที่รู้แจ้งได้มีอยู่ในสิ่งนั้น
ดังนั้น สิ่งนั้นจึงถูกเรียกว่า วิญญาณ



( บาลี – ขนฺธ. สํ. ๑๗/๑๐๕-๑๐๖/๑๕๙ )
เทียบเคียงพระไตรปิฎกบาลีสยามรัฐ กดที่นี้


Create by buddha-quote.com